วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

่วิธีควักไส้ปลาทูสดง่ายๆโดยใช้ตะเกียบ





https://youtu.be/mgQ3GMyZ6C


"ชวนใช้ตะเกียบควักไส้ปลาทูกันค่ะ เคยเห็นชาวญี่ปุ่นทำ ไม่คิดว่าจะทำได้จริงๆนะเออ แย่งหน้าที่แม่ค้าปลาทูกันเถอะ กิกิ คราวหน้าจะลองปลากระพง😁😊😀
ปูลู ควักออกแต่ไส้นะคะ ไข่ยังอยู่ค่า"



Yok Sutthaorn 

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ผัดวุ้นเส้นชะอมกุ้งสดไข่เจียวแสนอร่อย







คลิปทำผัดวุ้นเส้นชะอมกุ้ง ไข่เจียว

จากคุณ ‎Pornpan Phirombua‎

วิธีทำแกงส้มปลาย่างหน่อไม้สดรสแซ่บ

ฝนตกเกือบทุกวันเลย  คิดถึงหน่อไม้สดๆขึ้นมาทันที ช่วงนี้น่าจะขึ้นเยอะน่าดู  อยากกินแกงหน่อไม้ซะแล้วสิ  วันนี้ต้องจัดซะหน่อย



วิธีทำแกงส้มปลาย่างหน่อไม้สด
สูตรเครื่องแกงส้ม
****พริกสด 10-20 เม็ด****
-หัวหอมแดง 2 หัว
-กระเทียม 3 กลีบ
-ขมิ้น 2 ข้อนิ้ว 
-เกลือ 1 ช้อนชา
-ล้างทุกอย่างให้สะอาดโขลกในครกจนละเอียด
วัสถุดิบ
- ปลาตาแดงย่าง 2-3 ตัว แกะเอาแต่เนื้อ
- เครื่องแกง 1/2ขีด
- กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- เกลือ 1 ช้อนชา
- มะขามเปียก 2 ฝัก
- หน่อไม้สด 1 ถ้วย (หน่อไม้ต้มให้สุกก่อนนำมาแกง)
- มะนาว 1 ลูก
- น้ำเปล่า 2 ถ้วย
วิธีการปรุง
เอาหม้อตั้งไฟอ่อนๆใส่น้ำลงไปใส่มะขามเปียกเครื่องแกงส้มพร้อมกะปิลงไปคนเรื่อยๆจนเดือดดี ใส่หน่อไม้ลงไป เติมเกลือน้ำตาล น้ำมะนาวลงไปชิมดูน้ำแกงจนได้ที่ ใส่ปลาย่างแกะลงไป คนเรื่อยๆเบาจนสุก คนอีก2-3ที เท่านี้ก็ได้แกงส้มปลาย่างหน่อไม้สด รสแซ่บๆ กินพร้อมกับปลาเค็มทอด อร่อยสุดๆ
ขอบคุณที่มา : ป๋าเจตน์ ป๋าเจมส์ สังข์ช่วย 

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

วิธีทำข้าวผัดต้มยำกุ้งแสนอร่อย

เข้าช่วงฤดูฝน อากาศอึมครึมทุกวัน พาลให้เวียนหัว เรามาทำอาหารที่รสจัด และไม่เลี่ยนกันดีกว่าค่ะ ใครชอบรับประทานต้มยำกุ้ง เมนูนี้น่าจะถูกใจ เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม แล้วลุยกันเลยค่ะ

ข้าวผัดต้มยำกุ้ง






ส่วนผสม
-ข้าวหอมมะลิเก่า หุงแข็งหน่อย 1 1/2 ถ้วย (หรือข้าวเสาไห้)
-ไข่แดงไข่เค็ม 3 ฟอง ยีกับน้ำเปล่าหรือกะทิ 2 ช้อนโต้ะ(ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่ถ้าใส่ข้าวจะหอมมันอร่อย)
-กุ้งแห้งอย่างดี(จืด)โขลกละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
-ไข่ไก่ 1 ฟอง
-น้ำพริกเผาพันท้าย เผ็ดจัด 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำปลา 1-2 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
-ตะไคร้ซอยตามชอบ(กอล์ฟใส่เยอะพอสมควรเพราะชอบ) -ข่าอ่อนโขลกละเอียด(ตามชอบ) -ใบมะกรูดซอยเส้นเล็กๆ -ผักชีฝรั่ง 2-3 ใบซอยหยาบๆ -กุ้งแชบ๊วย กุ้งไรก็ได้ ใส่ตามชอบ -มะนาว 1 ลูก



วิธีทำ
1.ยีไข่แดงกับกะทิให้เข้ากัน ใส่พริกเผา น้ำตาลทรายพักไว้
2.ใส่น้ำมันหมู 2 ช้อนโต้ะ พอน้ำมันร้อน(ไฟแรง) ใส่กุ้งผ่าหลังลงไป ทอดพอสุกใส่ถ้วยพักไว้
3.ตอกไข่ไก่ลงในกระทะในน้ำมันที่ทอดกุ้งเมื่อกี้ ยีไข่ให้พอแตก(ไฟอ่อน)ใส่ข้าวลงไป ตามด้วยไข่แดงที่ยีไว้ น้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากัน(อย่าสับตะหลิวให้ใช้วิธีการกดข้าว วิธีนี้เม็ดข้าวจะไม่หัก) เร่งไฟแรงใส่กุ้งแห้งที่โขลกไว้ ผัดต่ออีกราวๆ 30 วินาทีกะๆเอา
4.ใส่ตะไคร้ ข่าอ่อน ผักชีฝรั่ง ใบมะกรูด ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟยกลงทันที
5.จัดเสิร์ฟกับมะนาว 1 ซีก
ปล.ปรุงไปชิมไป ตามชอบอาหารไทยรสมือแต่ละคนไม่เหมือนกัน ใครชอบรัสจัดก็เพิ่มพริกเผา หรือพริกแห้งเข้าไปอีก รับรองแซ่บถึงใจค่ะ

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีทำหลนแหนมหมูแสนอร่อย

ใครที่ชื่นชอบการรับประทานผัก คงต้องนึกถึงเมนูที่มีผักเป็นเครื่องเคียง อย่างพวกน้ำพริกต่างๆ เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกอ่อง น้ำพริกมะขาม  รวมถึงจำพวก หลนต่างๆ สำหรับผู้ที่ชอบรสไม่จัดจ้าน

วันนี้เรามาทำเมนูหลนแหนมหมูแสนอร่อย จากเพจ #ครัวในบ้านอาหารทำเอง กันค่ะ  เมนูนี้แนะนำโดยคุณ Belle Laa  ลองทำตามสูตรนี้ดูนะคะ  ว่าแล้วไปดูกันเล้ย


ส่วนผสมและเครื่องปรุง

- แหนม บี้ให้เป็นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย
- หมูสับติดมัน (สับละเอียด) 1 ถ้วย
- หัวกะทิ 2 ถ้วย
- น้ำมะนาว 2.5 ชต. (อาจจะใส่มากน้อยกว่านี้ ขึ้นกับว่าแหนมเปรี้ยวมากน้อยแค่ไหน)
- เกลือป่น 2 ชช.
- น้ำตาลปี๊บ 2 ชต. 
- หอมแดง(ซอย)
- พริกชี้ฟ้าเขียว แดง เหลือง
::วิธีทำ::
1.หั่นแหนมเป็นแว่นๆแล้วบี้เป็นชิ้นเล็กๆ พริกชี้ฟ้ากับหอมแดง ซอยเตรียมเอาไว้ 
2.นำกะทิมาตั้งไฟให้เดือด แล้วใส่หมูสับลงไปก่อน คนให้ทั่ว ปล่อยให้เดือดเล็กน้อย แล้วใส่แหนมตามลงไป คนให้เข้ากัน
3.เติมเกลือ น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว ปรุงรสตามใจชอบ (สูตรนี้ไม่ใส่มะขามเปียก เพราะอยากให้ออกมาสีขาวสวย) 
4.ใส่หอมแดงและพริกลงไป รอให้เดือดสักครู่ เป็นอันเสร็จ

ตักหลนแหนมหมู ใส่ถ้วย รับประทานพร้อมผักเคียงต่างๆ เช่น แตงกวา มะเขือ ผักกาดขาว ถั่วพู หัวปลี ขมิ้นขาว ฯลฯ รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ มื้อนี้คุณเจริญอาหารแน่นอนค่ะ



Belle Laa  #ครัวในบ้านอาหารทำเอง


วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีทำ"กะปิคั่ว" สูตรคุณทวดเป๋อ

วันนี้ไปเจอสูตร กะปิคั่ว สูตรโบราณ จาก #ครัวในบ้านอาหารทำเอง  เลยขอนำมาเก็บรักษาไว้เพื่อรักษาสูตรโบราณนี้ให้คนรุ่นหลัง ได้รู้จัก และนำไปลองทำรับประทานกัน สูตรอาหารโบราณหลายๆชนิด กำลังจะถูกลืมหายไป น่าเสียดายมาก

วันนี้เราลองมาทำ"กะปิคั่ว" สูตรคุณทวดเป๋อ ที่สูตรนี้ได้มาจากคุณ#ศศิมีนา กันดูค่ะ






วิธีทำ พริกแห้งตำกับหอมแดงกะปิเผาและกระชาย คั่วผัดในหัวกะทิพอเดือดใกล้งวดใส่ปลาเนื้ออ่อนย่างที่แกะก้างออกและป่นไว้ จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำปลา(ชิมรสก่อนเติมน้ำปลา)และน้ำตาลปึกให้มีรสเค็มเปรี้ยวหวานตามลำดับ เสร็จแล้วโรยด้วยตะไคร้และใบมะกรูดซอยรับประทานกับผักสด พวกมะเขือเปราะแก่ๆ แตงกวา ขมิ้นขาว ถั่วพู กระถิน ฯลฯ

หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ กับไข่ต้ม+กะปิคั่วเข้ากันสุดๆ  หรือ นำมะม่วงเปรี้ยวมาจิ้มทานก็อร่อยมากๆ  สามารถเก็บไว้ได้หลายวัน หากอุ่นทุกวันก็กินได้เป็นสัปดาห์หรือจนหมด หากไม่อุ่นก็2-3วันเพราะมีกะทิ


ขอบคุณสูตรดีๆจาก คุณ Sasi Meena  #ครัวในบ้านอาหารทำเอง



วิธีทำข้าวต้มซี่โครงหมู

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ  หลายๆคนที่เริ่มมีอาการเหมือนจะเป็นไข้ ควรรีบทานยาดักไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องไปหาหมอให้เสียเวลา เสียค่ายาค่ะ  เราต้องดูแลสุขภาพตัวเอง ก่อนที่จะให้คนอื่นดูแลเรา  ควรป้องกัน ก่อนรักษาดีที่สุดค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น วันนี้อยากเอาใจคนป่วย และคนเกือบป่วย  หรือจะเป็นคนไม่ป่วยก็ต้องชื่นชอบแน่นอนค่ะ สำหรับเมนูนี้  ข้าวต้มซี่โครงหมู  แค่ชื่อก็น้ำลายสอแล้ว  เราไปดูวิธีทำข้าวต้มซี่โครงหมูแบบง่ายๆกันค่ะ



สูตรการทำข้าวต้มซี่โครงหมู

-ซี่โครงหมู 1โล
-ข้าวสาร 2 ถ้วยเล็ก
-กระเทียม
-ผักชี+รากผักชี
-คนอร์หมู 2 ก้อน
-เกลือ
-ซอสฝาเขียว
-พริกไทยป่น




วิธีทำค่ะ
1. โขลกกระเทียมแล้วนำไปเจียวกับน้ำมันไฟอ่อน พอเริ่มเหลืองปิดไฟเลยค่ะ ทิ้งไว้สักพักกระเทียมจะเหลืองน่าทาน ตักใส่ถ้วยแยกไว้เลยค่ะ เสร็จแล้วหั่นผักชีใส่ถ้วยแยกไว้อีกถ้วยค่ะ
2.ตั้งน้ำให้เดือดใส่ซี่โครงหมูลงไป ใส่รากผักชีลงไป ต้มจนหมูใกล้เปื่อย (คอยตักฟองออกด้วยนะคะ) แล้วใส่ข้าวสารลงไป คนไปเรื่อยๆค่ะจนกว่าข้าวจะสุก แล้วก็ปรุงรสเลยค่ะ ใส่คนอร์ ใส่ซอสฝาเขียว ใส่เกลือ โรยด้วยพริกไทยป่น เสร็จแล้วปิดไฟ โรยด้วยกระเทียมเจียว โรยผักชี ก็ตักใส่ถ้วยทานได้เลยค่ะ
หรือใครชอบรสจัด ก็ปรุงน้ำส้มสายชู พริกป่นตามชอบเลยค่ะ


ขอบคุณสูตรดีๆจาก คุณ Nu'rat Ka‎  #ครัวในบ้านทำอาหารทำเอง

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

วิธีทำขนมหัวไชเท้า สูตรอาม่า

วันนี้มีวิธีทำไชเถ่าก้วย หรือ ขนมหัวไชเท้า (ขนมหัวผักกาดทรงเครื่อง) *สูตรอาม่า*  มานำเสนอค่ะ  น่าทานมากๆ  และหาทานยากขึ้นแล้ว  ยังไงลองทำทานเองดูบ้างเนอะ  ดูแล้วไม่ยากเกินไปค่ะ





ส่วนผสม
1.หัวไชเท้า 2 กิโลกรัม
2.แป้งข้าวเจ้า 600 กรัม (ร่อน 1 ครั้ง)
3.แป้งท้าวยายม่อม 150 กรัม (ร่อน 1 ครั้ง)
4.กุ้งแห้ง 100 กรัม (ลวกน้ำทิ้ง 1 ครั้ง)
5.ถั่วลิสง 200 กรัม (ต้มประมาณ 45 นาที)
6.หมูสามชั้น 200 กรัม (หั่นชิ้นเล็กและรวนในกะทะพอสุก)
7.เกลือป่น 5 ช้อนชา
8.น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
9.ขึ้นฉ่าย 100 กรัม (หั่นฝอย)
10.น้ำเปล่า  ประมาณ 500 มล.
11.พริกไทยป่น 3 ช้อนชา
ขอบคุณที่มา FB Fanpage ครัวในบ้านทำเอง
วิธีทำ
1.ปอกหัวไชเท้าพร้อมขูดเป็นเส้น เสร็จแล้วล้างน้ำเปล่าบีบน้ำทิ้ง 2 ครั้ง จากนั้นแบ่งเกลือป่น 1 ช้อนชามาเคล้าลงหัวไชเท้า พักไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นบีบน้ำเกลือที่เคล้าหัวไชเท๊า ล้างน้ำเปล่าอีก 1 ครั้ง และพักไว้ในกะละมังใบใหญ่
2.เทแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม เกลือป่น น้ำตาลทราย พรืกไทยป่น ผสมลงในกะละมัง
3.เติมน้ำเปล่าลงในกะละมังที่มีส่วนผสมของแป้งและเครื่องปรุง ผสมให้พอเหลวน้ำหยดเป็นสาย คนให้เข้ากัน
4.ใส่ถั่วลิสง กุ้งแห้ง หมูสามชั้น ขึ้นฉ่าย ลงในกะละมังที่มีหัวไชเท๊า
5.เทแป้งที่เราเตรียมไว้ลงในหัวไชเท้าและส่วนผสมต่างๆ คนให้เข้ากัน
6.ตั้งซึ้งนึ่งถาดให้ร้อน จากนั้นเทส่วนผสมของแป้งและหัวไชเท๊าที่เราเตรียมไว้ลงในถาด
7.เมื่อก่อนอาม่าจะดูนาฬิกาไม่เป็น จะใช้เวลานึ่งจนธูปหมด คราวนี้เรากะเวลานึ่งประมาณ 30 นาทีหรือจนสุก
8.พักให้หายร้อนแล้วค่อยตัดเสิร์ฟใส่จาน หรือจะนำไปทอดก็ได้ตามแต่ชอบ กินเปล่าๆก็อร่อย หรือกินกับน้ำจิ้มซีอิ๊วสามรสก็อร่อยเช่นกัน

ลองทำกันดูนะคะ  หากทำทานเองสามารถใส่เห็ดหอม หรือเพิ่มปริมาณวัตถุดิบตามใจชอบ แน่นเครื่อง หนักเครื่องได้เต็มที่ค่ะ  ใครชอบแบบที่ร้านหอยทอดทำ ก็นำไปหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ  ผัดกับถั่วงอก ปรุงรสตามชอบ  แล้วราดด้วยซอสพริก หรือน้ำจิ้มไก่ ก็อร่อยมากๆ  แค่นึกก็น้ำลายสอแล้วค่ะ

ขอบคุณวิธีทำขนมหัวไชเท้า สูตรอาม่า จากคุณ สิริกาญจน์ อรุณธนโยธิน
ขอบคุณที่มา FB Fanpage ครัวในบ้านทำเอง


วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559

วิธีทำน้ำพริกกะปิให้อร่อย

เริ่มเมนูแรกด้วยอาหารไทยๆที่อยู่คู่ครัวคนไทยมานานแสนนาน และทุกบ้านต้องเคยได้ลองลิ้มชิมรสมาแล้วแน่นอน “กินข้าวกับน้ำพริกสิจ๊ะ ถึงได้สะได้สวย” น่าจะยังใช้ได้ดีกับทุกยุคทุกสมัย เพราะเป็นอาหารโปรดของสาวๆ และเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่ง เพราะนอกจากวัตถุดิบที่มีประโยชน์แล้ว ยังเป็นการส่งเสิรมให้เราสามารถรับประทานผักได้มากขึ้นอีกด้วย

ลองมาดูวิธีทำน้ำพริกกะปิให้อร่อยกันดีกว่า ทำเองได้ง่ายๆ ปรุงรสได้ตามใจชอบด้วย การทำให้อร่อยนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนก็คือ กะปิอย่างดี กระเทียมต้องกลีบเล็กๆจะได้หอมและพริกขี้หนูสวนรวมทั้งการใช้น้ำตาลมะพร้าว และมะนาวสดๆ หากต้องการลูกเล่นเพิ่มเติมกลิ่นได้เช่นการใช้ลูกกระสังข์ไส้ในมาโขลกด้วยกลิ่นของลูกกระสังข์จะช่วยเพิ่มรสชาติที่หอมเย็นและถ้าบางท่านชอบมะม่วงสดโขลกผสมก็จะได้น้ำพริกมะม่วงซึ่งการหาวัตถุดิบเหล่านี้ขึ้นอยู่กับพืชผักในท้องถิ่นที่มีอยู่



‎น้ำพริกกะปิ 

เครื่องปรุง
กะปิห่อใส่ใบตองเผาไฟพอหอม 300 กรัม
กุ้งแห้งป่น 200 กรัม
กระเทียมสดแกะเปลือก 100 กรัม
พริกขี้หนูสวน 50-70 กรัม
มะเขือเปราะเอาเมล็ดออกซอยเป็นเสี้ยว ๆ 50 กรัม
มะอึกซอยละเอียด 50 กรัม
น้ำมะนาว 6-8 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2-4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปีบ 3-5 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง
- นำกะปิโขลกกับกระเทียม พริกขี้หนู พอเริ่มละเอียดใส่กุ้งแห้งป่นโขลกต่อให้เข้ากัน
ใส่มะเขือเปราะ มะอึก ใช้สากค่อย ๆ โขลกเบา ๆ เคล้าให้เข้ากัน 
- ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปีบให้ทั้งสามรสคลอ ๆ กันไป หวานตามหลังนิดหน่อย
ชิมรสชาดตามชอบ
บางรายใส่มะม่วงสับ มะขามอ่อนแล้วแต่ฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูมะนาวแพง แต่เป็นช่วงที่มะม่วงออกสู่ตลาดจึงใช้ความเปรี้ยวของมะม่วงแทนได้ โดยซอยสับแบบมะละกอส้มตำ หากให้มีกลิ่นหอมใส่แมงดาลงไปก็ดี

น้ำพริกกะปิรับประทานกับปลาทูนึ่งทอด ปลาทอดอื่น ๆ ยิ่งถ้าได้ ไข่ทอดชะอม หรือมะเขือยาวชุบไข่ แนมด้วยผักสด ผักทอด ผักทอดชุบไข่ ผักต้ม น้ำพริกกะปิ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมเลยค่ะ

 หากใครทำอร่อยจริงๆ ขายได้แน่นอน เพราะวิถีชีวิตไทยกับน้ำพริกกะปิขาดกันไม่ได้ น้ำพริกพื้นบ้านที่นิยมรับประทานมากที่สุด คนไทยทุกคนรู้จักมีการประยุกต์ เพื่อความ เหมาะสมตามแต่วัตถุดิบที่มีในครัว ไม่ถือเป็นกฏตายตัว เช่น บางรายใส่มะอึก มะเขือเปราะซอยหรือมะเขือพวงบุบพอกแตกช้ำ ๆ ผิวมะนาวซอยละเอียดซึ่งแต่ละอย่างที่ใส่ไปให้รสชาติใกล้เคียงกัน